เงินประกันสังคมจ่ายทุกเดือน จะได้คืนบ้างไหม? มาดูคำตอบกัน

จ่ายเงินประกันสังคมทุกเดือน จะได้คืนบ้างไหม เพื่อนๆ ทราบกันหรือไม่ว่าเงินที่เราจ่ายไปนั้นทุกเดือนนั้น ส่วนหนึ่งถูกกันไว้เป็นเงินออมเมื่อยามเกษียณ (บำเหน็จและบำนาญชราภาพ)

แล้วหลายคนคงสงสัยว่าเราจะได้รับเงินคืนเมื่อไหร่ ได้เท่าไหร่ ลองมาคำนวณกัน

อย่างแรกเลยมาทำความรู้จักกับ บำเหน็จ-บำนาญของประกันสังคม คืออะไร มีใครทราบบ้าง

โดยปกติแล้วเงินประกันสังคมจะถูกหักทุกเดือน เดือนละ 5%

ของเงินเดือนที่เราได้รับ หรือสูงสุดที่ 750 บาท แล้วจะถูกแบ่งออกเป็น 3

กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ประกันว่างงาน และสุดท้ายคือ

เงินชราภาพ ที่เราจะได้รับเมื่ออายุครบ 55 ปี ซึ่งมาจาก 3%

ของฐานเงินเดือน หมายความว่า หากเราจ่ายเงินประกันสังคมเข้ามา ก็จะถูกหักเงินเข้ามาเป็นเงินบำเหน็จ-บำนาญประกันสังคม หรือเงินออมชราภาพ จำนวน 450 บาท นั่นเอง

ใครมีสิทธิ์ได้รับเงินชราภาพบ้าง

– เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา หรือผู้ประกันตนมาตรา 39

– มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

– ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

เงินออมชราภาพที่เราจะได้ สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

เงินบำเหน็จ ที่จ่ายเป็นก้อนใหญ่ครั้งเดียว และ เงินบำนาญ

ที่จะทยอยจ่ายเป็นรายเดือนไปตลอดชีวิต โดยเราไม่สามารถ

เลือกเองได้ว่าจะรับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ แต่จะขึ้นอยู่ระยะ

เวลาส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามเงื่อนไข คือ

1บำเหน็จชราภาพ : จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน หรือ 15 ปี โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ

– จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือน ได้รับบำเหน็จเท่ากับเงินที่เราจ่ายสมทบเท่านั้น

– จ่ายสมทบ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน ได้บำเหน็จเท่ากับ

เงินที่เราจ่ายสมทบ + เงินที่นายจ้างสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนที่ประกันสังคมกำหนด

2บำนาญชราภาพ : จ่ายสมทบมากกว่า 180 เดือน หรือ 15 ปี

จะจ่ายติดต่อกันหรือไม่ก็ได้ เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบครบ

180 เดือน มีสิทธิ์รับบำนาญเท่ากับ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60

เดือนสุดท้าย (ฐานเงินเดือนสูงสุดที่คิดคือ 15,000 บาท)

แต่ถ้ามีการจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน ก็จะได้โบนัส

บำนาญบวกเพิ่มปีละ 1.5% หรือคิดรวมกันทั้งหมด คือ 20% + [1.5% x (จำนวนปีจ่ายเงินสมทบ – 15 ปี)] ใช้ในกรณีจ่ายครบปี ไม่มีเศษเดือน

กรณีบำเหน็จ

–ตัวอย่าง นาย J จ่ายประกันสังคมมา 150 เดือน จะได้รับเงินคืนทั้งหมดเท่าไหร่?

จากสูตร (ส่วนของเรา + ส่วนของนายจ้าง) x จำนวนเดือน

เท่ากับ (450 บาท + 450 บาท) x 150 เดือน = 135,000 บาท

(ยังไม่รวมกับผลประโยชน์ตอบแทนที่ประกันสังคมกำหนด)

กรณีบำนาญ

-ตัวอย่าง นาย T เงินเดือน 20,000 บาท จ่ายประกันสังคมมา 180 เดือน จะได้รับเงินทั้งหมดเท่าไหร่?

จากสูตร ฐานเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย x 20%

เท่ากับ 15,000 บาท x 20% = 3,000 บาท

แต่ถ้านาย T จ่ายประกันสังคมเป็น 240 เดือน จะได้รับโบนัสเพิ่มอีกปีละ 1.5% ดังนี้

[(240 เดือน – 180 เดือน)/12] x 1.5% x 15,000 บาท = 1,125 บาท

รวมรับบำนาญเป็น 3,000 + 1,125 = 4,125 บาทต่อเดือน

แต่ถ้าหากนาย T จ่ายประกันสังคม มาตรา 33 มาได้ 180 เดือน

แล้วลาออกไปต่อมาตรา 39 อีก 60 เดือน เงินบำนาญที่จะได้รับจะเปลี่ยนเหลือเพียง

1. 4,800 บาท x 20% = 960 บาท

2. (60 เดือน / 12) x 1.5% x 4,800 บาท = 360 บาท

รวมรับบำนาญเป็น 960 + 360 = 1,320 บาทต่อเดือน

ที่นาย T ได้ประกันสังคมน้อยลงกว่าเดิม ก็เพราะว่า

เงินบำนาญคิดจากฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แล้ว 60

เดือนสุดท้ายของนาย T มาต่อประกันสังคมมาตรา 39 ฐานเลยปรับลงมาอยู่ที่ 4,800 บาท นั่นเอง

หากใครจะเปลี่ยนจากผู้ประกันตน มาตรา 33 มาเป็นผู้ประกันตน

มาตรา 39 ต้องตัดสินใจ คิดไต่ตรองให้ดีด้วยว่า จะยอมได้รับเงิน

บำนาญที่น้อยลง เพื่อแลกกับสิทธิ์รักษาพยาบาลต่อไหม

ซึ่งถ้าใครมีบัตรทอง หรือมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว

ก็อาจจะเลือกจบที่การเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 เพื่อจะได้รับเงินบำนาญที่มากกว่า

ตรวจสอบช้อมูลได้ที่

คุณสามารถตรวจสอบการส่งเงินสมทบประกันสังคมได้ที่ https://www.sso.go.th/eform_news/ในส่วนของผู้ประกันตน

สมัครสมาชิกก่อน แล้วท่านจะสามารถตรวจสอบข้อมูลการส่งเงินสมทบได้ครับ

มาอีกเรื่องธนาคารกรุงไทยเปิดให้กู้ สินเชื่อกรุงไทยใจดีปล่อย กู้สูงสุดรายละ 1 แสนบ าท ผู้ผลอนุมัติภายใน 5 นาที

วันนี้ ( 15 ก.ย. 64 ) ธนาคารกรุงไทย เปิดผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ‘สินเชื่อกรุงไทยใจดี’

โดยเป็นวงเงินหมุนเวียนสำรองพร้อมใช้สูงสุด 100,000 บ าท สมัครง่ายผ่าน Krungthai NEXT

รู้ผลได้ภายใน 5 นาที ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องมีบุคคลคนค้ำประกัน ไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย ฟรีค่าธรรมเนียม

โดยคุณสมบัติผู้กู้ ต้องเป็นลูกค้าที่มีบัญชีเงินเดือนกับกรุงไทย และได้รับการเชิญชวนให้สมัครสินเชื่อผ่าน

Krungthai NEXT หรือ Krungthai Connext เท่านั้น

ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 15%-24% ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติผู้กู้ โดยวงเงินสูงสุด 0.7 เท่า

ของรายได้สุทธิที่เข้าบัญชีออมทรัพย์ที่รับเงินเดือน และ มีการทบทวนวงเงินของทุกปี

กรณีผ่อนชำระดีและเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคาร จะขยายระยะเวลาการใช้สินเชื่อไปอีก 1 ปี

ทำความรู้จัก สินเชื่อกรุงไทยใจดี วงเงินหมุนเวียนสำรองพร้อมใช้สูงสุด 100,000 บาท

แค่สมัครผ่านแอปฯ Krungthai NEXT รู้ผลใน 5 นาที ปลอดคนค้ำ

เงื่อนไขและรายละเอียดสินเชื่อกรุงไทยใจดี

– วงเงินหมุนเวียนสำรองพร้อมใช้สูงสุด 100,000 บาท

– สมัครง่ายผ่าน Krungthai NEXT รู้ผลได้ภายใน 5 นาที

– ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องมีบุคคลคนค้ำประกัน

– ไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย ฟรีค่าธรรมเนียม

– ระยะเวลาให้กู้ 1 ปี (ต่ออายุทุกปีโดยอัตโนมัติ)

อัตราค่าธรรมเนียม 15% – 24% (คิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดที่ใช้วงเงิน) ระยะเวลาให้กู้ 1 ปี (ต่ออายุทุกปีโดยอัตโนมัติ)

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจ สินเชื่อกรุงไทยใจดี สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://krungthai.com/th/personal/loan/personal-loan/466698819

อัตราค่าธรรมเนียมต่อปี 15%-24% (คิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดที่ใช้วงเงิน)

สำหรับคุณสมบัติผู้กู้สินเชื่อกรุงไทยใจดี จะต้องเป็นลูกค้าที่มีบัญชีเงินเดือนกับกรุงไทย และได้รับการเชิญชวนให้สมัครสินเชื่อผ่าน Krungthai NEXT หรือ Krungthai Connext เท่านั้น

เงื่อนไขและรายละเอียดสินเชื่อกรุงไทยใจดี

– วงเงินหมุนเวียนสำรองพร้อมใช้สูงสุด 100,000 บาท

– สมัครง่ายผ่าน Krungthai NEXT รู้ผลได้ภายใน 5 นาที

– ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องมีบุคคลคนค้ำประกัน

– ไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย ฟรีค่าธรรมเนียม

– ระยะเวลาให้กู้ 1 ปี (ต่ออายุทุกปีโดยอัตโนมัติ)

อัตราค่าธรรมเนียม 15% – 24% (คิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดที่ใช้วงเงิน) ระยะเวลาให้กู้ 1 ปี (ต่ออายุทุกปีโดยอัตโนมัติ)

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจ สินเชื่อกรุงไทยใจดี สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สิ นเชื่ อกรุงไทยใจดี ให้ยืมเงิ นด่วน 5,000 รู้ผลอนุมัติ ภายใน 5 นาที

กรุงไทยปล่อยสิ นเชื่ อกรุงไทยใจดี ให้ยืมเงิ นจากวงเงิ นหมุนเวียนสำรองพร้อมใช้ ยืมเงิ นด่วนฉุกเ ฉิน

กรุงไทยได้ 5,000 – 100,000 บ าท สมัคร ได้ผ่ านแอพกรุงไทย Next และรู้ผลได้ใน 5 น าที

โดยสินเชื่อกรุงไทยใจดีนี้ สามารถสมั ครได้โดยไม่ต้องใช้เอกส าร และไม่ต้องมีคนค้ำประกันด้วย

ซึ่งก็คิดดอกเบี้ ยเฉพาะยอดที่เร าใช้วงเงิ นไป ให้กู้ได้สูงสุด 1 ปี

จุดเด่นกรุงไทยใจดี

– สิ นเชื่ อกรุงไทยใจดี ให้วงเ งินสูงสุด 0.7 เท่าของร ายได้สุท ธิที่เข้าบัญชีกรุงไทย

– คิดดอกเบี้ยที่ 15-24% ต่อปี หักบัญชีในการชำระดอกเบี้ยทุกวันที่ 24 ของเดือน

– เมื่ออนุมัติ จะสามารถเ บิกใช้วงเงิ นได้จากบัญชีเงิ นเดือนกรุงไทย

การสมั คร สิ นเชื่ อ

สิ นเชื่ อกรุงไทย ใจดี สามารถสมั ครได้ ก็ต่อเมื่อมีบัญชีเงิ นเดือนกับกรุงไทย

และทางกรุงไทยจะส่งลิ งค์เชิญ ให้สมัค รเท่านั้น ซึ่งเมื่อกดลิง ค์สมัครแล้ว

ก็จะสามารถสมั ครผ่ านแอพกรุงไทย Next และรู้ผลได้ภายใน 5 นาทีเลย

นอกจากนี้ยังมี สิ นเ ชื่อกรุงไทย Smart Money ไม่ต้องมีบัญชีเงิ นเดือน ก็สามารถสมั ครได้

โดย สิ นเชื่ อกรุงไทย Smart Money อีกทางเลือกสามารถสมั ครได้หนึ่งในการยืมเ งินโอนเข้าบัญชีกรุงไทย

ที่ให้วงเ งินกู้สูงสุด 1 ล้ านบ าทที่ไม่เกิน 5 เท่าของร ายได้ กับอัตร าดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 20% ต่อปี

สามารถกู้ได้โดยไม่ต้องมีหลักประกัน หรือคนค้ำประกัน

ซึ่งทางกรุงไทยกำหนดคุณสมบัติไว้คือ บุคคลทั่วไปที่มีร ายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ 30,000 บ าท มีอายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปี

ผู้ที่สนใจสามารถสมั ครได้ที่ krungthai.com